แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปืน(GUN) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปืน(GUN) แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

เบเร็ตต้า 92FS 9mm.






วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Colt Legendary โคลท์ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกอาวุธปืน

ในปี ค.ศ. 1836
หลังจากที่สหรัฐอเมริกาก่อตั้งขึ้นเป็นประเทศ และเพิ่งประกาศอิสรภาพได้เพียง 61 ปี ผ่านสงครามใหญ่มา 2 ครั้ง 
คือ สงครามปฏิวัติ และสงครามปี ค.ศ.1812 แอนดรูว์ แจ็คสัน ประธานาธิบดีคนที่ 17 มีมลรัฐรวมเข้าด้วยกันเพียง  25 รัฐ
ประชากรราว 25 รัฐ  มีประชากรราว  15 ล้านคน เป็นช่วงแรกของการสร้างชาติของอเมริกา นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญของ
ศตวรรษที่ 19 ที่ส่งผลให้อเมริกากลายเป็นชาติมหาอำนาจในปัจจุบัน


ในช่วงเวลานั้น แซมมวล  โคลท์ ก็ก้าวเข้ามามีบทบาทที่โดดเด่น ต่อมาได้กลายเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่อีกบทหนึ่งใน
ประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ และของโลก  โคลท์คิดประดิษฐ์ปืนรีวอลเวอร์ซิงเกิ้ล แอ็คชั่นขึ้นมาและประสบความสำเร็จ
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ในเดือนมีนาคม ค.ศ.1836  แซมมวล  โคลท์ ตั้งบริษัทขึ้นภายใต้ชื่อ
บริษัท เปเตนท์ อาร์ม แมนูแฟคเจอริ่ง คอมปานี (Patent Arms Manufacturing Company) ตั้งอยู่ที่เมืองแพ็ทเตอร์สัน 
ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรม อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนิวเจอร์ซี่ สำนักงานขาย และสถานที่แสดงอาวุธปืน 
ตั้งอยู่เลขที่ 155 ถนนบรอดเวย์ ใช้เงินทุนทั้งหมดจำนวนถึง 300,000 เหรียญฯ


โคลท์ ประสบความสำเร็จในการขาย โคลท์  โมเดล 1873 ซิงเกิ้ล แอ็คชั่น  อาร์มี่ ให้แก่กองทัพสหรัฐฯที่รับเข้าประจำการ
ในปี ค.ศ.1873 ตลอดไปจนถึงการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ มีการผลิตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีค.ศ.1871 จนถึงปีค.ศ. 1980
ยาวนานถึง 69 ปี มีจำนวนการผลิตออกมาทั้งสิ้น 357,895 กระบอก

ประวัติปืน Gun Glock


Glock เป็นปืนพกมาตราฐานที่ผลิตขึ้นโดย บริษัท Glock ประเทศออสเตรีย หากกล่าวปืน Glock โดยคร่าวๆ คงเป็นการบอกล่าวถึงโครงสร้างของปืน โดยโครงสร้างของปืน Glockทำจากโพลิเมอร์ ส่วนที่เป็นลำเลื่อนและลำกล้องถึงจะทำด้วยเหล็กกล้าความพิศดารของปืนGlock อยู่ที่ไม่มี sefe และวัสดุที่ดูเหมือนพาสติก แต่อย่างเพิ่งคิดว่า Glock จะไม่มีสิ่งเย้ายวนใจให้น่าพิศมัยเหมือนปืนของที่อื่นเขานะครับ เพราะว่าเป็นความพิเศษของปืน Glock นั้น อยู่ตรงที่ระบบการจุดชนวนที่เป็นแบบเข็มแทงขนวนชนิดพุ่งกระแทก ไม่ใช้นกสับ และที่สำคัญ เรื่องราคาที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ซื้ออยู่มาก แต่ปัจจุบันหลักจากรัฐบาลได้มีนโยบายจำกัดการมีอาวุธปืน ทำให้ราคาพุ่งขึ้นสูงเอาการอยู่ทีเดียวแต่เมื่อเทียบกับปืนแบบอื่นๆที่มีขายในท้องตลาด ก็นับว่าเป็นราคาที่ยังพอรับได้ กับจุดประสงค์เพื่อนำมาใช้งานอย่างแท้จริง เรื่องความสวยงามนั้นก็แล้วแต่จิตใจคุณจะชอบอย่างไร ไม่ขอออกความเห็น มาว่ากันด้วยเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานมากกว่า

ปืน Glock ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี 1963 โดยผู้ที่ประดิษฐ์ปืน Glock คือวิศวกรที่ทำงานอยู่ใน Deutsch-Wagram ซึ่งไกล้กับ Vienna ชื่อนักวิศกรผู้นี้คือ Mr.Gaston Glock โรงงานที่เขาทำอยู่นั้นเป็นโรงงานที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ที่ทำจากพาสติก และเหล็ก เขาได้เริ่มพัฒนาและประดิษฐ์ปืน Glock ของเขาอย่างจริงจัง ณ แห่งนี้ความหวังลึกๆ ของเขาคือ "ปืนของเขานั้นเป็นปืนที่ดีที่สุด เพื่อเข้าไปช่วยงานในกองทัพได้" และนอกจากปืนแล้วเขายังผลิต ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่สำคัญสำหรับการออกสนามรบ เช่น อุปกรณ์สนาม มีด และอาวุธต่างๆ ความมุ่งมั่นของเขาที่ทำให้ปืน Glock ขึ้นตำแหน่งผู้นำของโลกในเรื่องคุณภาพของปืนโดยเขายึดมั่นมาตราฐานการผลิต 3ประการคือ ความเชื่อมั่นของลูกค้าความสะดวกในการใช้งาน การพกพา และการบำรุงรักษาที่ง่าย ก่อนที่จะติตามเนื้อหาของปืน ลองมาทำความรู้จักกับ ผู้ประดิษฐ์คิดค้น ปืน Glock กันก่อนนะครับ ว่านายช่างยอดอัฉริยะผู้นี้เป็นใคร
แกสตั้น กล็อค (Gaston Glock) ชาวออสเตรียเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธานบริษัท Glock ไม่ต้องบอกเราคงจะทราบแล้วว่าลุงแกสตั้น แกเป็นบุคคลระดับอัฉริยะของโลก แต่ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้ก็คือ กล็อคยังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำวันละหลายกิโลเมตร ขนาดอายุปีนี้ก็ 77 ปีแล้วแต่ยังแข็งแรงล่ำบึ๊ก เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคม 2542 กล็อกถูกทำร้ายที่เมืองลักซัมเบอร์ก โดยคนร้ายตีหัวด้วยฆ้อนยาง หัวแตกถึงเจ็ดแผล เสียเลือดไปกว่าหนึ่งลิตร ลุงแกสตั้นยังมีแรงสามารถชกคนร้ายที่อายุน้อยกว่าเกือบ 20 ปี จนฟันหลุดออกจากปากอัดกำปั้นเข้าเบ้าตา ไม่มีแรงหลบหนี เช้าวันต่อมามีคนไปพบทั้งสองคนนอนทับกันอยู่ จึงได้แจ้งตำรวจและหน่วยพยาบาลเข้าช่วยเหลือ
แกสตั้น ยังเป็นคนค่อนข้างจะเอาแต่ใจตัวเอง มุทะลุ และมีความเชื่อมั่นใจตัวเองสูงมาก มีเรื่องเล่ากันว่าเมื่อปี 2524 ก่อนกล็อค จะผลิตปืนตอนนั้น บริษัทยังเพียงแค่ทำเปลือกระเบิด พลั่ว และอุปกรณ์สนามพาสติกให้กับกองทัพออสเตรีย เป็นช่วงฤดูกองทัพออสเตรียเปลี่ยนปืนพกประจำการ ลุงแกสตั้นไปได้ยินผู้พันท่านหนึ่งรำพึงกับเพื่อนร่วมงานว่า ไม่มีผู้ผลิตรายใดยื่น เสนอปืนที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวตามต้องการของกองทัพได้ ลุงได้ยินเช่นนั้นก็สวนกลับไปว่า ได้ซิบริษัทกล็อคนี่แหละทำได้ ผู้พันสองคนหันดูลุงแกสตั้นแล้วหัวร่อใส่หน้า เท่านั้นแหละเป็นเรื่อง เล่นดูถูกกันต่อหน้าเช่นนี้มีหรือคนอย่างแกสตั้น กล็อค จะยอม คุณคริสโตเฟอร์ เอ็ดเวิร์ดส (Christopher Edwards) อดีตมือปราบผู้ช่วยนายอำเภอเจพเฟอร์สัน เคาน์ตี้ มณรัฐเคนตั๊กกี้ ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสถาบันฝึกสอนของกล็อค อิงค์ สหรัฐอเมริกา หนึ่งในผู้ไกล้ชิดกับลุงกล็อกกล่าวว่า ไม่มีใครหัวเราะเยาะแกสตั้น กล็อคได้ แล้วหลุดรอด พี่แกไม่เคยลืมและยากจะให้อภัย

กล็อกมั่นใจว่าตนสามารถออกแบบและผลิตปืนมีคุณสมบัติจากกองทัพออสเตรียต้องการได้ดีกว่าคนอื่น ทั้งๆ ลุงเองไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับปืนมาก่อน กล็อคบอกกับเพื่อนร่วมงานว่า ก็เพราะไม่มีความรู้นี่แหละ เป็นจุดเด่นทำให้ได้เปรียบเหนือผู้ผลิตรายอื่นๆ เพราะจะทำให้ความคิดของเขาเปรียบเหมือนผ้าขาว เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไม่ผูกติดกับวิธีการ เครื่องจักร หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีเก่าๆเป็นระยะเวลาสองปีที่ แกสตั้น กล็อค ตั้งหน้าตั้งตาออกแบบปืนกระบอกแรกของบริษัทกล็อค ลูกน้องลุงกล็อคเล่าให้ฟังว่า ลุงจะทดสอบปืนต้นแบบด้วยตนเองแต่จะยิงด้วยมือซ้าย เพราะเผื่อปืนระเบิดยังมีมือขวาไว้เขียนหนังสือ แกมุ่งมั่นกับโครงการนี้เกิดอาการหงุดหงิด งุ่นง่าน ถึงขนาด คุณป้า เฮวก้า (Helga) ภรรยายังไม่กล้าเข้าไกล้ เอากะพ่อซิ เมื่อปี 2526 กล็อคส่งมอบปืนชุดแรกให้กับทางกองทัพออสเตรีย หลังจากผ่านการทดสอบได้จากผ่านการทดสอบได้สั่งซื้อกล็อค 17 เป็นจำนวน 25,000 กระบอก กล็อคเป็นนวัตกรรมที่แตกต่างจากปืนอื่นๆ มีชิ้นส่วนเพียง 34 ชิ้นเปรียบเทียบกับปืนขนาด .45 เอซีพี ของสมิท แอนด์ เวสสัน ซึ่งมีส่วนประกอบถึง 60 ชิ้น โครงปืนผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ ไม่เพียงมีราคาต้นทุนต่ำกว่า แต่ยังทำให้ความรู้สึกแรงสะท้อนถอยหลังน้อยกว่าปืนโครงโลหะ คุณจอนห์ ฟาร์นั่ม (John Farnum) ผู้ก่อต้องสถาบันฝึกอบรมป้องกันตัว Defense Trianing International ให้ข้อมูลว่า แกสตั้น กล็อค จะไม่รวยได้อย่างไร ก็เมื่อปืนมีต้นทุนประมาณ 75 เหรียญ สหรัฐฯ ขายในราคา 500 ดอลลาร์ นิตยสารธุรกิจอเมริกันชื่อ ฟอร์เบส (Forbes) ประมาณรายได้ของบริษัทกล็อคไว้ที่ 100 ล้านเหรียญ สองในสามของรายได้มาจากตลาดในสหรัฐอเมริกาทั้งส่วนพลเรือนและราชการ ซึ่งมีกว่า 4000 หน่วยงาน

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ความเป็นมาของ COLT M1911



 

John Moses Browning

บูชิโด เพราะมีการให้ข้อมูลว่า เมื่อการรบประชิดตัว จะต้องใช้อาวุธปืนพก ปืนพกขนาดอื่นๆ ไม่สามารถ หยุดยั้งทหารญี่ป่นที่ใช้ดาบซามูไร ( Katana ) เข้ามาฟันได้มันเป็นเรื่องที่น่าขำมาก เพราะทหารญี่ป่น ไม่เคยพกดาบซามูไร เข้าสนามรบเลย มันเป็นเพียงดามปลาย ปืนที่ใช้ติดปลาบปืนเท่านั้น เพื่อใช้ในการแทงเสียส่วยใหญ่ ไม่ได้เอาไว้ฟัน จะมีพกดาบซามูไรก็เป็นพวกนายทหารญี่ปุ่น ซึ่งมันก็เป็นดาบซามูไรสั้นเสียด้วย            ระหว่างปี 1899 - 1913 สหรัฐฯ ได้เข้าสงคราม Philippin American  War หลังจากที่สเปนแพ้สงครามแก่สหรัฐฯ แล้วต้องยกเมืองขึ้นให้กับสหรัฐ และประเทศฟิลิปปิน ก็เคยเป็นเมืองขึ้นสเปนมาก่อน สหรัฐ ต้องการขยาย

Colt 1911 ขนาด .45 ACP


Colt 1911 ขนาด .45 ACP

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประวัติโคลท์.38ซุปเปอร์


38 ซุปเปอร์ได้ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 1929 เป็นปืนสั้นออโต้รุ่น Colt Government โมเดล 1911

ในช่วงที่มีการเปิดตัวปืนรุ่นนี้ .38 ซุปเปอร์เป็นปืนสั้นออโต้ที่กระสุนมีพลังมากที่สุดในโลก

ที่สำคัญ "โคล์ท" เป็นปืนตัวหลักของผู้ผลิตปืนชาวอเมริกันที่ผลิตปืนสั้น .38 ซุปเปอร์น่ะครับ.......   

.38 ซุปเปอร์

5.56x45 มม. นาโต

กระสุนขนาด 5.56x45 มม. นาโต หรือ 5.56 นาโต เป็นกระสุนปืนเล็กยาวชนวนกลางที่ปรับปรุงจากกระสุนขนาด .223 เรมิงตัน โดยบริษัท เอฟ เอ็น (Fabrique Nationale; FN) ประเทศเบลเยียม และเข้าประจำการทั้งในกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO) ตลอดจนประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกองค์การดังกล่าว เนื่องจากเป็นกระสุน 5.56 มม. นาโตมีความลงตัวทั้งอำนาจสังหารและอำนาจหยุดยั้งที่ไว้ใจได้ จึงมีปืนเล็กยาวจู่โจมอีกหลายรุ่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานกับกระสุน 5.56 มม. ดังกล่าวนี้

กฏแห่งความปลอดภัยในการยิงปืน

กฏแห่งความปลอดภัย

1. เมื่อจับปืนทุกครั้งให้พึงระลึกเสมอว่าปืนทุกกระบอกมีกระสุนบรรจุอยู่

2. ตรวจปืนทุกครั้งที่จับว่ามีกระสุนบรรจุอยู่หรือไม่ มีวัสดุใดติดค้างอยู่ในลำกล้องหรือไม่

3. อย่าเล็งปืนไปที่บุคคล สิ่งมีชีวิต หรือสิ่งของมีค่า ถ้าผู้ยิงไม่ต้องการยิง

4. อย่าเล็งปืนไปทางวัสดุอื่นใดที่อาจทำให้หัวกระสุนปืนสะท้อนกลับหรือแฉลบได้ เช่นวัสดุที่มีผิวแบนแข็ง ผิวน้ำ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระสุนขนาด 9 มม.


กระสุนที่นิยมใช้กันมากที่สุดในบ้านเราคือกระสุนในกลุ่มขนาด 9 มิลลิเมตร (.38 นิ้ว) กระสุนในกลุ่มนี้เจ้าของปืนมักซื้อผิดบ่อยๆ โดยเข้าใจว่าเป็นขนาดเดียวกัน โดยทั่วไปเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด     เรามักจะเรียกชื่อกระสุนในกลุ่มนี้แยกกันทั้ง ระบบอังกฤษ ซึ่งใช้หน่วยวัดเป็น นิ้ว และระบบเมตริก ซึ่งใช้หน่วยวัดเป็น มิลลิเมตร ดังนั้นการเรียกชื่อกระสุนในกลุ่มนี้จึงเป็นดังนี้คือ
1. .380 นิ้ว หรือ 9x17 มม.
2. 9 มม. Luger (Parabellum) หรือ 9x19 มม.
3. .38 นิ้ว Super Auto หรือ 9x22 มม.
4. .38 นิ้ว Special หรือ 9x29 มม.
5. .357 นิ้ว Magnum หรือ 9x33 มม.
จะเห็นได้ว่าตัวคูณข้างหลังขนาดหน้าตัดของกระสุนที่มีหน่วยวัดเป็น มม. คือความยาวของปลอกกระสุนที่ต่างกันทำให้กระสุนแต่ละขนาดไม่สามารถใช้ร่วมกันได้    เว้นแต่กระสุนขนาด .38 นิ้ว Special ที่สามารถใส่ในลูกโม่ของ .357 Magnum ได้   และความจริงยังมีกระสุนที่อยู่ในกลุ่มนี้อีกหลายขนาดแต่ยังไม่ขอกล่าวถึงเนื่องจากในตลาดบ้านเราไม่นิยมใช้ บางขนาดหายากมั๊กมัก